กาลาปากอส สุดยอดธรรมชาติอัศจรรย์
เรื่อง ดวงดาว สุวรรณรังสี ภาพ NE
เป็นเพราะหนังสือเล่มนั้น Galapagos Island Lost in Time ซึ่งช่างภาพหญิง ชื่อ Tui De Roy Moore บันทึกภาพเกาะกาลาปากอสไว้ตั้งแต่เธออายุ 14 ปีจนกระทั่งเติบใหญ่ มันคือแรงบันดาลใจของผู้เขียนมาหลายสิบปี ว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตขอให้ได้ไปเห็นเกาะกาลาปากอสที่ร่ำลือถึงธรรมชาติอันน่าทึ่ง ของเกาะอันไกลโพ้นในทวีปอเมริกาใต้
การเดินทางนี้เริ่มต้นด้วยที่ปรึกษาของเรา คือคุณปองพล อดิเรกสาร ต้องการจะไปบันทึกสารคดีโทรทัศน์เพื่อออกอากาศรายการมรดกโลก การเดินทางไปกาลาปากอสต้องเตรียมการล่วงหน้าถึง 6 เดือน เพื่อจะเดินทางในช่วงปลายเมษายนต่อต้นพฤษภาคมใน พ.ศ.2549 อันเป็นช่วงที่นกทะเลเริ่มฤดูจับคู่ผสมพันธุ์ โดยมีภาพนกโจรสลัดเป่าลูกโป่งที่คอสีแดงแป๊ดเป็นภาพในใจ จากนั้นเราก็ใช้เวลาพอควรทีเดียวที่จะรวบรวมพลสมาชิกของ Explorer ให้ได้ 16 คนตามจำนวนที่พักในเรือ ซึ่งจะใช้เป็นพาหนะเดินทางท่องไปตามเกาะต่างๆตลอด 1 สัปดาห์ เราเดินทางโดยผ่านทางยุโรปใช้เวลาถึง 48 ชั่วโมง แต่เราก็สามารถเดินทางโดยไม่เบื่อหน่ายด้วยการแวะเวียนไปชมทุ่งทิวลิปที่อัมสเตอร์ดัมก่อนจะบินข้ามคืนไปเช้าที่ประเทศเอกวาดอร์ พักหนึ่งคืนก่อนจะนั่งเครื่องบินเล็กไปเกาะกาลาปากอสซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งราว 1,000 กิโลเมตร
หมู่เกาะในฝันของคนรักธรรมชาติปรากฏอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางทะเลลึก ทุกสิ่งเป็นไปตามเรื่องราวที่เล่าขาน ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับของสิงโตทะเลที่ป้วนเปี้ยนแถวท่าเรือ นกทะเลที่บินโฉบเฉี่ยวใกล้ๆเรือ ท้องทะเลสีฟ้าสด เกาะแล้วเกาะเล่าที่เราขึ้นไปเดินเที่ยวท่อง คือทางเดินธรรมชาติที่ได้รับการดูแลจัดการอย่างดีเพื่อรักษาธรรมชาติเฉพาะถิ่นที่ทรงคุณค่าของโลก พร้อมกันนั้นก็เป็นเส้นทางที่นำเราไปพบกับสัตว์โลกน่าพิศวง ทั้งกิ้งก่า นกทะเลทั้งหลาย เช่น บูบี้เท้าสีฟ้า บูบี้เท้าสีแดง นกอัลบาทรอส นกโจรสลัด นกฟลามิงโก้ เป็นต้น ทั้งหลายทั้งปวงเหมือนกับที่เคยเห็นมาในภาพยนตร์สารคดี แต่ว่านี่เป็นของจริงที่พวกเรามานั่งอยู่กลางฝูงนกโจรสลัดที่ตัวผู้เป่าลูกโป่งที่คอพองโตเพื่อล่อตาล่อใจให้ตัวเมียสนใจ เช่นเดียวกับที่นกบูบี้เต้นรำเป็นดาราเท้าไฟ
แต่สิ่งที่พวกเราไม่คาดฝันมาก่อนก็คือการได้ลงไปดำผุดดำว่ายน้ำกับฝูงสิงโตทะเลราวกับอยู่ในสระน้ำ แต่นี่คือโลกทะเลของกาลาปากอส ยิ่งไปกว่านั้นคือการว่ายน้ำกับนกเพนกวินกาลาปากอส ซึ่งทำให้เราประจักษ์ชัดว่านกที่บินในอากาศไม่ได้นั้นเวลาอยู่ในน้ำมันว่ายน้ำเร็วเป็นจรวดราวกับปลา ทว่าสัตว์โลกที่หายากเหล่านี้กลับมาวนเวียนใกล้ๆพวกเราอย่างอยากรู้อยากเห็น ทำเอาทีมสำรวจอย่างดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ก็ยังหลงรัก แน่ล่ะทำเอาสาวๆกรี๊ดแล้วกรี๊ดอีก
การเดินทางสำรวจกาลาปากอสกลายเป็นเรื่องราวและบันทึกครั้งสำคัญในชีวิตที่ยากจะลืมเลือน แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนทำสูญหายไปกับหมู่เกาะนี้ก็คือฟิล์มที่ถ่ายทำทั้งหมด ขณะที่ส่งมันกลับเมืองไทยก่อนจะเดินทางไปต่อในเปรู เดชะบุญที่ถ่ายภาพเป็นดิจิตอลควบคู่กันไปด้วย ปรากฏการณ์ที่เกิดใหม่กับ Nature Explorer ก็คือการตีพิมพ์ด้วยภาพดิจิตอล ตั้งแต่หน้าปกไปเลยทีเดียว ยิ่งกว่านั้นคงเป็นครั้งแรกอีกเช่นเคยที่ Nature Explorer ได้ตีพิมพ์เรื่องราวและภาพในการสำรวจธรรมชาติแห่งนี้ด้วยตนเองในแวดวงนิตยสารท่องเที่ยวเมืองไทย









